<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>I heard you still looking for me</title>
	<atom:link href="http://nongmink.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://nongmink.wordpress.com</link>
	<description>just.......say..I...want... to..eat</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Oct 2007 01:01:01 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='nongmink.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/a3163915ce080b331ee8cc1f69747fff?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>I heard you still looking for me</title>
		<link>http://nongmink.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>ergonomic</title>
		<link>http://nongmink.wordpress.com/2007/10/23/ergonomic/</link>
		<comments>http://nongmink.wordpress.com/2007/10/23/ergonomic/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Oct 2007 01:01:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nongmink</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://nongmink.wordpress.com/2007/10/23/ergonomic/</guid>
		<description><![CDATA[เออร์โกโนมิคส์ (Ergonomics) 
คำว่า เออร์โกโนมิคส์ มีรากศัพท์มาจาก “Ergon” หมายถึง งานหรือความแข็งแรง และคำว่า “Nomos” หมายถีง กฎหมายและระเบียบ
เออร์โกโนมิคส์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของมนุษย์เพื่อออกแบบความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม
วัตถุประสงค์เพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี 
เออร์โกโนมิคส์ สามารถนำมาใช้ได้มี 3 ระดับ คือ
ภาวะที่ทนได้ (Tuleraable condition)
สภาวะที่ยอมรับได้ (Acceptable conditions)
สภาวะที่เหมาะสม (Optimal conditions) 
ความสัมพันธ์ระหว่างคนและงานที่ทำ (Mental workload)
ในแต่ละวัน คนเราต้องทำงานหลายอย่างที่แตกต่างกันไป ซึ่งงานที่ทำนั้นจะต้องเหมาะสมกับความสามารถของคนเราเพื่อหลีกเลี่ยงงานเบาเกินไป ทำให้ใช้ความสามารถไม่เต็มที่หรืองานหนักเกินไป อาจทำให้คนงานทำงานไม่ได้ ได้รับความเจ็บป่วยและอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างถาวรได้ 
ภาระงานด้านจิตใจ (Mental workload)
ภาระงาน หมายถึง สัดส่วนของความสามารถที่มีอยู่ (เช่นความสามารถสูงสุดที่มี) ซึ่งใช้ในการทำงาน ที่ได้รับมอบหมาย 
ภาระงานด้านจิตใจ (Mental workload)
การประเมินภาระงานสามารถประเมินได้ 4 วิธีด้วยกัน คือ 
1. ใช้เรื่องมือวัดในการทำงานหลัก (Objective measure of primary task performance)
2. [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=nongmink.wordpress.com&blog=592770&post=15&subd=nongmink&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เออร์โกโนมิคส์ (Ergonomics) </p>
<p>คำว่า เออร์โกโนมิคส์ มีรากศัพท์มาจาก “Ergon” หมายถึง งานหรือความแข็งแรง และคำว่า “Nomos” หมายถีง กฎหมายและระเบียบ<br />
เออร์โกโนมิคส์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของมนุษย์เพื่อออกแบบความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม<br />
วัตถุประสงค์เพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี </p>
<p>เออร์โกโนมิคส์ สามารถนำมาใช้ได้มี 3 ระดับ คือ<br />
ภาวะที่ทนได้ (Tuleraable condition)<br />
สภาวะที่ยอมรับได้ (Acceptable conditions)<br />
สภาวะที่เหมาะสม (Optimal conditions) </p>
<p>ความสัมพันธ์ระหว่างคนและงานที่ทำ (Mental workload)<br />
ในแต่ละวัน คนเราต้องทำงานหลายอย่างที่แตกต่างกันไป ซึ่งงานที่ทำนั้นจะต้องเหมาะสมกับความสามารถของคนเราเพื่อหลีกเลี่ยงงานเบาเกินไป ทำให้ใช้ความสามารถไม่เต็มที่หรืองานหนักเกินไป อาจทำให้คนงานทำงานไม่ได้ ได้รับความเจ็บป่วยและอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างถาวรได้ </p>
<p>ภาระงานด้านจิตใจ (Mental workload)<br />
ภาระงาน หมายถึง สัดส่วนของความสามารถที่มีอยู่ (เช่นความสามารถสูงสุดที่มี) ซึ่งใช้ในการทำงาน ที่ได้รับมอบหมาย </p>
<p>ภาระงานด้านจิตใจ (Mental workload)<br />
การประเมินภาระงานสามารถประเมินได้ 4 วิธีด้วยกัน คือ </p>
<p>1. ใช้เรื่องมือวัดในการทำงานหลัก (Objective measure of primary task performance)<br />
2. ใช้เครื่องมือวัดการทำงานสำรอง (Objective measure of secondary task performance)<br />
3. ใช้เครื่องมือวัดด้านสรีรวิทยา (Objective measure of physiological events)<br />
4. ประเมินความรู้สึกของคนงาน (Subjective assessment)<br />
ความสามารถในการทำงาน<br />
(Human capacity for physical work)<br />
ความทนทานของร่างกายของแต่ละคนหาได้จากความสามารถของระบบทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตที่นำส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อที่กำลังทำงานและความสามารถของระบบเมตาบอลิซึมที่จะใช้พลังงานที่สะสมอยู่ ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ </p>
<p>ความสามารถในการทำงาน<br />
(Human capacity for physical work)<br />
1. พลังงานในการทำงาน (Energy Cost of work)<br />
2. การจัดประเภทของงาน (Work classification) </p>
<p>งานเบา<br />
งานปานกลาง<br />
งานหนัก </p>
<p>3.Work/Rest cycles<br />
ความเมื่อยล้า (Fatique)<br />
ความเมื่อยล้า เป็นความรู้สึกที่เหนื่อยอ่อน สามารถและความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจลดลง เกิดขึ้นได้จากการทำงานซ้ำๆ เป็นความรู้สึกที่ขาดสิ่งกระตุ้น ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แต่หายกลับเป็นปกติได้ถ้าได้พักผ่อนเพียงพอ </p>
<p>ปัจจัย ที่สำคัญที่ทำให้เกิดความเมื่อยล้า คือ ลักษณะงานทั้งงานประเภทอยู่กับที่และเคลื่อนที่ (Static และ Dynamic work) ความเจ็บป่วย อาการเจ็บป่วย การพักผ่อนไม่เพียงพอ และปัจจัยทางด้านจิตใจ เช่น วิตกกังวล สับสนและการกระทำซ้ำซาก </p>
<p>ขนาดร่างกายทางวิศวกรรม<br />
(Engineering Anthropometry) </p>
<p>ได้แก่ ความสูง ความลึก ความยาว และเป็นเส้นตรงจุดต่อจุดระหว่างจุดอ้างอิงบนร่างกาย รวมไปถึงส่วนโค้งและส่วนรอบของร่างกาย ซึ่งจะวัดในรูปของน้ำหนักด้วย<br />
การวัดขนาดของร่างกาย </p>
<p>ให้ร่างกายอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งที่ทำมุม 180 องศา หรือ 90 องศากับส่วนหนึ่งของร่างกาย </p>
<p>-ท่ามาตรฐานท่าหนึ่งเป็นท่ายืนตรง เท้า สะโพกและไหล่ตั้งตรง ด้านหลังของศีรษะติดกับผนัง แขนปล่อยลง นิ้วตรง ซึ่งเรียกว่า Anatomical position </p>
<p>-ท่ามาตรฐานท่าหนึ่งเป็นการวัดขณะนั่ง ต้นขาขนานราบกับพื้นเก้าอี้ ขาส่วนล่างตั้งตรงและวางเท้าราบบนพื้น ไม่สวมรองเท้า </p>
<p>ชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) </p>
<p>1. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle strength) </p>
<p>2. การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ </p>
<p>3. เทคนิคการวัด (Measuring technique) </p>
<p>- การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะทำในสภาวะที่อยู่กับที่ (Static condition) </p>
<p>- การวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะทำในสภาวะที่เคลื่อนที่ (Dynamic condition) </p>
<p>การยกน้ำหนัก Handling Loads) </p>
<p>หลักการในการจัดการกับวัสดุตามหลักเออร์โกโนมิคส์ </p>
<p>วางแผนข้างต้นหรือปรับปรุงหน่วยงาน </p>
<p>การออกแบบ </p>
<p>การคัดเลือก การใช้ และการปรับปรุงอุปกรณ์ เครื่องจักรและเครื่องมือ </p>
<p>ลักษณะของคนที่จัดการกับวัสดุ </p>
<p>(ขนาดของร่างกาย กำลัง และพลังงาน ) </p>
<p>การยกน้ำหนัก Handling Loads) </p>
<p>วิธีการประเมินเกี่ยวกับการยกสิ่งของอย่างเป็นระบบ </p>
<p>อธิบายเกี่ยวกับกระบวนการในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ </p>
<p>ทำแผนผังแสดงรายละเอียดกิจกรรมที่ทำในแต่ละหน้าที่ </p>
<p>กำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน </p>
<p>ถ้าคนต้องเคลื่อนย้ายวัสดุ ควรจะเคลื่อนย้ายในแนวราบ </p>
<p>การยกน้ำหนัก Handling Loads) </p>
<p>วิธีการประเมินเกี่ยวกับการยกสิ่งของอย่างเป็นระบบ </p>
<p>คนจะต้องยกหรือหิ้ววัตถุ ให้ยกหรือหิ้ววัตถุช่วงความสูงระหว่างข้อที่นิ้วมือและหัวไหล่ การยกหรือการหิ้วที่สูงหรือต่ำกว่านี้ </p>
<p>คนจะยกหรือหิ้ววัตถุ ต้องอยู่ใกล้หรืออยู่ด้านหน้าของร่างกาย </p>
<p>คนต้องเคลื่อนย้ายวัตถุ เบา กะทัดรัดและปลอดภัยในการหยิบจับ </p>
<p>คนจะต้องถือวัตถุไม่มีขอบแหลมคม มีมุมหรือมี Pinch point </p>
<p>การยกน้ำหนัก Handling Loads) </p>
<p>ร่างกายเป็นแหล่งให้พลังงาน (The body as Energy source) </p>
<p>การฝึกอบรมและการยกวัตถุให้ปลอดภัย (Training for safe lifting practices) </p>
<p>การคัดเลือกคนในการยกวัตถุ (Personnel selection for material handling) </p>
<p>การประเมินความสามารถของคนในการทำงานยกวัตถุ </p>
<p>Static techniques </p>
<p>Dynamic techniques </p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้มือจับ (Hand tools)<br />
การใช้อุปกรณ์ที่ใช้มือจับ มีแนวทางดังนี้ </p>
<p>ข้อมือควรวางในแนวตรงกับแขนด้านหน้า ส่วนที่ใช้งานควรจะทำมือเอียงกับด้ามจับ </p>
<p>ด้ามจับควรมีขนาดที่มือสามารถจับได้โดยรอบมีช่องว่างระหว่างปลายนิ้วมือและนิ้วหัวแม่มือไม่เกิน 0.5 นิ้ว (1.3 เซนติเมตร) </p>
<p>รูปร่างของด้ามจับขึ้นอยู่กับงานที่ทำ </p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้มือจับ (Hand tools) </p>
<p>การใช้อุปกรณ์ที่ใช้มือจับ มีแนวทางดังนี้ </p>
<p>รูปร่างของด้ามควรจะเหมาะกับความยาวของมือที่จะจับ </p>
<p>ด้ามจับที่ผิวขรุขระสามารถป้องกันการลื่นหลุดของมือจากด้ามจับได้ </p>
<p>การมีขอบ (Flanges) ตรงปลายของด้ามจับทำให้มือจับได้แน่นไม่หลุดจากตำแหน่งที่จับ </p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้มือจับ (Hand tools) </p>
<p>เพื่อไม่ให้เกิด Cumulative trauma disorder </p>
<p>ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ </p>
<p>1. หลีกเลี่ยงการออกแรงคงที่และซ้ำๆกัน หลีกเลี่ยงการใช้แรงมากๆ </p>
<p>2. ให้หัวไหล่อยู่ในท่าที่สบาย ข้อศอกอยู่ด้านข้างลำตัวและข้างมือตรง </p>
<p>3. ใช้เครื่องมือที่มีขนาดและรูปร่างของด้ามจับเมาะสม </p>
<p>4. กำจัดมุมหรือขอบแหลมคม </p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้มือจับ (Hand tools)<br />
เพื่อไม่ให้เกิด Cumulative trauma disorder </p>
<p>ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ </p>
<p>5. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสกับความเย็นที่มากเกินไป </p>
<p>6. ต้องแน่ใจว่าถุงมือที่สวมใส่ช่วยในการทำงานจริงๆ </p>
<p>7. การออกแบบอุปกรณ์โดยลดการสั่นสะเทือนของอุปกรณ์ที่ใช้มือจับ </p>
<p>การออกแบบสถานีงาน<br />
(Workstation design) </p>
<p>ต้องพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้เป็นหลัก </p>
<p>พื้นที่ (space) </p>
<p>การใช้อุปกรณ์ (Manipulation) </p>
<p>การมองเห็น (Seeing) </p>
<p>การได้ยิน (Hearing) </p>
<p>การออกแบบสถานที่ทำงาน<br />
(Workplace design) </p>
<p>แนวทางด้านเออร์โกโนมิคส์สำหรับการออกแบบสถานที่ทำงานโดยสรุปมีดังนี้ </p>
<p>การออกแบบอุปกรณ์ ต้องแน่ใจว่าอุปกรณ์เหมาะผู้ใช้ </p>
<p>การออกแบบงานและสถานที่ทำงานควรมีความสัมพันธ์กัน </p>
<p>การออกแบบงานที่ใช้ท่าทางของแขนขาและร่างกายโดยให้มีความสะดวกในการวางแขน </p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้เท้าควบคุมต้องให้คนงานนั่งทำงาน ไม่แนะนำให้คนที่ยืนทำงานและใช้เท้าทำงานตลอดเวลา </p>
<p>การออกแบบสถานที่ทำงาน<br />
(Workplace design)<br />
แนวทางด้านเออร์โกโนมิคส์สำหรับการออกแบบสถานที่ทำงานโดย </p>
<p>สรุปมีดังนี้ </p>
<p>5. รักษาระดับความสูงของที่นั่งให้เหมาะสม (ข้อศอก ที่วางเท้า ที่พักหลัง) </p>
<p>6. มีการเปลี่ยนท่าทางการทำงาน การทำงานที่อยู่กับที่ </p>
<p>7. การออกแบบที่ทำงาน ควรจัดที่ให้คนงานที่มีรูปร่างใหญ่ก่อนและทำการปรับเสริมสำหรับคนงานที่รูปร่างเล็กให้เหมาะสมกับสถานที่ทำงาน </p>
<p>8. ควรแนะนำและฝึกอบรมคนงานให้ใช้ท่าทางการทำงานที่ดี </p>
<p>ขนาดพื้นที่ในการทำงาน<br />
(Work Space Dimensions) </p>
<p>ขนาดพื้นที่ในการทำงานแบ่งได้ 3 กลุ่ม </p>
<p>ขนาดพื้นที่ในการทำงานน้อยที่สุด (Minimal work space dimension) </p>
<p>ขนาดพื้นที่ในการทำงานมากที่สุด (Maximal work space dimension) </p>
<p>ขนาดพื้นที่ในการทำงานที่ปรับได้ (Adjustability) </p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/nongmink.wordpress.com/15/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/nongmink.wordpress.com/15/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/nongmink.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/nongmink.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/nongmink.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/nongmink.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/nongmink.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/nongmink.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/nongmink.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/nongmink.wordpress.com/15/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/nongmink.wordpress.com/15/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/nongmink.wordpress.com/15/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=nongmink.wordpress.com&blog=592770&post=15&subd=nongmink&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://nongmink.wordpress.com/2007/10/23/ergonomic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/91c8095aedcb038faf302a503a58a3a2?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">nongmink</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>